[Fic] Love Melody ♪♫ เพลงที่ 6

posted on 02 May 2011 13:20 by rainbobow in LoveMelody
Title : [Fic] Love Melody ♪♫ เพลงที่ 6
Couple : Junhyung x Hyunseung
Author : bozang
Author’s Note : อย่าหมั่นไส้ปิ้นกันนัก ฮี่ๆๆๆ
Rate : PG-13

 
 
 




♪♫ Love Melody ♪♫
เพลงที่ 6







จางฮยอนซึงไม่เคยแต่งเพลงรัก...
หลายต่อหลายครั้งที่เคยลอง แต่ไม่ได้ดั่งใจเสียที
สุดท้ายก็พบว่ามีกระดาษที่ถูกขยำบนพื้นห้องจำนวนมาก

จะว่าไปแล้ว.. ถ้าบอกว่าไม่เคยแต่ง ก็คงไม่ถูกนัก
ที่ถูกคงเป็น 'จางฮยอนซึงไม่เคยแต่งเพลงรักได้สำเร็จ' เสียมากกว่า



ครั้งนี้ก็เป็นอีกหนที่เขาต้องแต่งมัน
เศษกระดาษถูกขยุ้มขยำปาลงพื้นอีกเช่นเคย
ห้าวันแล้วที่เขาลองพยายาม ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะลงเอยแบบนี้

จะไปแต่งออกได้ยังไง...
ก็เขาเคยมีความรักที่ไหนกัน...





ชั่วโมงเรียนรวมมาถึงอีกครั้ง
ฮยอนซึงมาเข้าเรียนแบบกึ่งหลับกึ่งตื่นหลังจากเพิ่งเอาการ์ตูนไปคืนเสร็จเมื่อครู่
ผลจากการนั่งอ่านการ์ตูนรักหวานแหวว 20 เล่มเมื่อคืน
ก็แค่คิดว่ามันจะช่วยคนไม่เคยมีความรักอย่างเขาได้บ้าง


วันนี้เขาจึงเลือกไปนั่งด้านหลังแทน
ถ้านั่งหลับหน้าห้องคงจะเสียมารยาทแย่

ร่างบางนั่งลงที่แถวเกือบหลังสุด วางกระเป๋าแล้วก็ฟุบลงทันที
ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าคนที่นั่งด้านหลังตัวเองคือใคร...

จนกระทั่งตื่นขึ้นจากการถูกสะกิดที่หลัง...

เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น เลิกคาบแล้วหรอเนี่ย หน้าหวานค่อยๆ หันไปด้านหลัง


"อ้าว จุนฮยอง.. สวัสดี"


อีกฝ่ายทำหน้าเบื่อหน่าย นั่งมาทั้งคาบแต่เพิ่งจะสังเกตเห็นเขาเนี่ยนะ


"แต่งเพลงถึงไหนแล้ว อย่าลืมว่าพรุ่งนี้..."
ดูเหมือนประโยคนี้จะช่วยให้ฮยอนซึงตื่นได้เต็มตา


"อืม.. ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยนะ" ฮยอนซึงตัดบท เพราะเขายังแต่งไม่ได้เลยสักนิดน่ะสิ!


ฮยอนซึงถอนหายใจยาวๆ เมื่ออีกฝ่ายหันหลังลุกออกไปแล้ว
มืออวบกำแน่น พยายามปลุกใจลุกขึ้นสู้กับสภาวะในตอนนี้

วันนี้เขาต้องแต่งเพลงให้ได้ ต้องทำให้ได้!!!






ดูเหมือนเหตุการณ์ทั้งหมดจะกลับไปเป็นอีหรอบเดิมเมื่อเวลาผ่านไป
สามทุ่มตรง ประโยคแรกครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ก็เริ่มต้นอีกครั้งหลังจากที่กระดาษแผ่นเก่าถูกขยำทิ้งไป

แต่คราวนี้เขาตั้งมั่นไว้ว่าจะไม่มีการขยำทิ้งอีกแล้ว...
ไม่มีเวลามากพอสำหรับการเริ่มต้นใหม่อีกแล้ว...

สุดท้าย เวลาเที่ยงคืน เพลงถูกแต่งออกมาได้ครึ่งนึง
จางฮยอนซึงจึงให้รางวัลตัวเองโดยการไปงีบเสียก่อน

สมองของเขาล้าเต็มที...
คิดอะไรไม่ออกแล้ว...








เช้าวันศุกร์ผ่านพ้นไปด้วยการตื่นมานั่งทบทวนเพลงที่แต่งเมื่อคืนแล้วนั่งหัวเสียอยู
่กับมัน

ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ...

สุดท้ายก็ปรับแก้มันยกใหญ่แต่ก็ยังไม่ถูกใจอยู่ดี



เขาออกไปเรียนตอนบ่ายด้วยใจที่ร้อนรน

ถ้าเขาเจอจุนฮยองจะทำยังไงดี?
อีกฝ่ายจะโกรธเขาไหม?
อีกฝ่ายจะไม่ชอบหน้าเขาไหม?






คาบเรียนเปียโนของฮยอนซึงเลิกลงในเวลาสามชั่วโมงต่อมาด้วยเสียงบ่นของอาจารย์


"วันนี้ไม่มีสมาธิเอาซะเลย... อาทิตย์หน้าอย่าให้เป็นแบบนี้อีกนะ"

อาจารย์เดินออกไปแล้ว
ฮยอนซึงถอนหายใจยาวๆ อีกครั้ง หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไป
คงไม่เจอจุนฮยองหรอก...


"นี่.."

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำเอาใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม หัวใจเต้นรัว เหมือนคนกำลังหนีความผิดยังไงอย่างงั้น


"จุนฮยอง.." โพล่งเรียกชื่ออีกฝ่ายมาอย่างตกใจ

"เพลงล่ะ?"

"คือ.. ฉัน... แต่งแล้วล่ะ แต่มันยังไม่ดีเลย ขอไปปรับแก้อีกหน่อยนะ แล้วตอนกลางคืนนายค่อยโทรมานะ นายมีเบอร์ฉันใช่ไหม?"

เขาพูดรัวเร็ว เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ แล้วก็รีบเดินจากไป มุ่งหน้ากลับไปที่หอพักทันที




จุนฮยองได้แต่สงสัยกับอาการร้อนรนแปลกๆ กับใบหน้าขาวซีดนั้น
...ไม่สบายรึยังไง???
ตั้งแต่เมื่อวานที่นั่งฟุบหลับในคาบแล้ว...
จะเป็นอะไรไหมนะ???







จุนฮยองเก็บความสงสัยไว้จนกระทั่งเวลาสามทุ่ม
นั่งมองโทรศัพท์ตัวเองด้วยความรู้สึกแปลกๆ
อย่างที่บอกว่าเขาไม่ชอบโทรหาใครก่อน.. แต่ก็นั่นแหละ นี่เป็นข้อยกเว้น นี่มันเรื่องงานนี่นา

เป็นเรื่องงานเรื่องเดียวที่ทำให้หัวใจเต้นแรงตอนกำลังกดโทรออก
เบอร์ที่ได้มา.. เอามาจากที่เพื่อนซี้มันบันทึกไว้สมัยที่เครื่องสลับกัน


"ฮยอนซึงใช่ไหม?" เขาเป็นฝ่ายพูดก่อน

[อืม]

เสียงตอบรับเบาๆ ผ่านมาตามสาย...
หรือว่าจะไม่สบายจริงๆ???

"เพลงเสร็จรึยัง?"

[ยังเลย ขอเวลาอีกนิดนะ]

"นี่สามทุ่มแล้ว"

[ยังไม่เที่ยงคืนเลยนี่]

"โอเค ได้" พูดจบเขาก็วางสายไป เสียงซีดเซียวที่ออกมาจากโทรศัพท์คู่ใจทำเอาคนฟังกระวนกระวายไม่น้อย



ฮยอนซึงวางสายก่อนจะพักนั่งนิ่งๆ
ที่จริงเขาแต่งเพลงเสร็จไปสักพักแล้ว แต่เขายังไม่รู้สึกดีกับมันเลย

ตากลมค่อยๆ หลับลง ก่อนจะนอนฟุบลงกับโต๊ะ
ขอพักสมองสักงีบน่ะ





เสียงกริ่งที่ดังขึ้นปลุกให้เขาตื่นขึ้นมาแบบงงๆ
สี่ทุ่มครึ่ง... ใครจะมาตอนนี้??
คงกดผิดห้องล่ะมั้ง



มืออวบเปิดประตูออก ตากลมเบิกกว้างเมื่อพบว่าคนตรงหน้าคือใคร

"ยงจุนฮยอง!"






"นาย.. เป็นอะไรรึเปล่า?" ประโยคแรกที่พูดไม่ใช่คำทักทาย แต่เป็นการถามไถ่ของผู้มาเยือน

"เป็นอะไร... เปล่านี่"

"ไม่ได้เป็นอะไร..งั้นหรอ.... งั้นก็ดี ไหนเพลงล่ะ?" เปลี่ยนเรื่องกะทันหันทำเอาคนฟังแทบไม่ได้ตั้งตัว


"มันยังไม่ค่อยดีเลย ขอดูอีกนิดนะ ...นายนั่งรอก่อนนะ เอางี้ละกัน เดี่ยวฉันหยิบอะไรให้อ่าน"
แน่นอนอยู่แล้วว่าอะไรที่อีกฝ่ายหยิบให้คงหนีไม่พ้นหนังสือการ์ตูนที่มีอยู่เต็มห้อง


ร่างบางเดินตรงไปที่ชั้นหนังสือ ฝ่ายที่คิดจะห้าม ยืนมองดวงหน้าหวานที่ยืนเลือกอย่างตั้งใจแล้วก็ไม่อยากขัด

...อยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะหยิบอะไรให้เขาอ่าน...

ร่างบางลากเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามาก่อนจะขึ้นไปยืนเพื่อเอื้อมหยิบการ์ตูนที่อยู่ชั้นบนสุด

แต่เพราะความลื่นของหนังเทียมบนเก้าอี้ บวกกับล้อของมันจึงทำให้ร่างบางลื่นล้มลงมาอย่างง่ายดาย


ฮยอนซึงที่หลับตาปี๋เพราะคิดว่าตัวเองต้องบาดเจ็บแน่ๆ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเมื่อพบว่าพื้นไม่ได้แข็งอย่างที่คิด

เพราะมีเบาะที่ชื่อว่า 'ยงจุนฮยอง' รองรับอยู่น่ะสิ...


"จุนฮยอง!" เผลออุทานชื่ออีกฝ่ายออกมาก่อนจะกระเด้งตัวขึ้นมาทันที ก็ฮยอนซึงนอนทับตัวอีกฝ่ายเต็มๆ เลยนี่นา

"เอ่อ... ขอบใจนะ"





หลังจากเหตุการณ์เมื่อคู่ ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายจะแยกกันไปอยู่คนละมุม คนหน้ากวนเดินไปนั่งอ่านการ์ตูนเจ้าปัญหาที่โซฟา
ส่วนเจ้าของห้องก็ลากเก้าอี้ตัวเดิมไปนั่งตรงโต๊ะเขียนหนังสือเพื่อแต่งเพลงต่อไป..

ไม่ใช่สิ เหมือนจะเป็นเพลงใหม่เสียมากกว่า...

อยู่ดีๆ เนื้อเพลงมันก็แล่นเข้ามาในความคิดเหมือนกับทุกครั้งที่เขามีแรงบันดาลใจใหม่ๆ


เพียงแต่ครั้งนี้... มันเป็น 'เพลงรัก'


ฮยอนซึงเหลือบมองต้นเหตุ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งกุมที่อกข้างซ้ายราวกับจะให้มันเต้นน้อยลง



ไม่นานอย่างที่คิด เพลงรักเพลงใหม่ก็ถูกแต่งออกมาสำเร็จ


"จุนฮยอง ฉันแต่งเสร็จแล้วล่ะ"









เป็นครั้งที่สองที่จุนฮยองได้ยินเสียงใสๆ นั่นร้องเพลง
เพียงแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป

เพราะครั้งนี้ จางฮยอนซึง ร้องเพลงให้ ยงจุนฮยอง ฟังแค่คนเดียว...


เสียงใสๆ นั่นออกจะสั่นน้อยๆ ด้วยความประหม่า
แต่คนฟังไม่ได้ว่าอะไร กลับยังยิ้มชอบใจ

รอยยิ้มของจุนฮยองที่มอบให้ฮยอนซึงเป็นครั้งแรก
ทำเอาเสียงใสที่ร้องเพลงอยู่ถึงกับชะงักลงในทันที


"หยุดทำไม?"

"เอ่อ.. เปล่า ไม่มีอะไร" ริมฝีปากบางเอ่ย แต่สายตายังคงจ้องมองไปที่รอยยิ้มนั่น

...เจ้าตัวจะรู้ไหมนะว่ากำลังยิ้มให้เขาอยู่???



"งั้นพักก่อนก็แล้วกัน แต่รอบหน้านายต้องร้องกับดนตรี" ร่างสูงพยักเพยิดหน้าไปที่คีย์บอร์ดที่วางไว้มุมห้อง

"อื้อ ได้สิ"



ร่าง สูงยังคงนั่งดูเนื้อเพลงอยู่ที่เดิม ตาคู่คมเปล่งประกายราวกับเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ ก่อนจะหันไปมองอีกคนที่เดินไปหยิบน้ำที่ตู้เย็นด้วยแววตาอ่อนโยน


ดูเหมือนจุนฮยองจะลืมไปเสียแล้ว ว่าเคยเรียกอีกคนว่า 'คู่แข่ง'










TBC

Comment

Comment:

Tweet

อ๊ากกกกก นึกภาพตามแล้วยิ่งเขิน

#2 By @Hersheys22 (115.87.75.80) on 2011-11-05 19:23

อ๊าย สวยตกหลุมรักพี่โจ๊กไปเต็มๆ
ฮ่าๆๆๆๆ โจ๊กยิมแล้วๆๆ
น่ารักเชียวตอนนี้ เขิลล่า

#1 By kietiss (223.205.234.119) on 2011-05-02 20:10