[Fic] Love Melody ♪♫ เพลงสุดท้าย

posted on 14 May 2011 10:42 by rainbobow in LoveMelody
Title : [Fic]Love Melody ♪♫ เพลงที่ 13 (เพลงสุดท้าย)
Couple : Junhyung x Hyunseung
Author : bozang
Author’s Note : และแล้วมันก็มาถึงตอนจบ.. หึหึหึ ตอนนี้ยาวเป็นพิเศษเลยจ้า
Rate : PG-13









♪♫ Love Melody ♪♫

เพลงสุดท้าย
 
 
 
 
 
 
 
 


ปวดหัว...
เพียงแค่ขยับแค่นิดเดียวความปวดก็แล่นไปทั่วร่าง คงเป็นเพราะศีรษะเป็นที่รวมของประสาทสัมผัสด้วยล่ะมั้ง
เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดขึ้น กระพริบตาถี่ด้วยความไม่ชินกับแสงสว่าง

ที่นี่.. ทุกอย่างสีขาวสะอาดแบบนี้.. โรงพยาบาล

มือใหญ่ๆ ค่อยๆ ยกขึ้นจับศีรษะตนเองก็พบว่ามันถูกพันไว้ด้วยผ้าก๊อซ
ความเจ็บปวดที่ศีรษะดูเหมือนจะเบาบางลงเมื่อเขาเริ่มรู้สึกชินชา
เขาค่อยๆ ดันตัวขึ้นในท่านั่งพิงกับปลายเตียง

"อ้าว ตื่นแล้วนี่.." คนแรกที่เขาเห็นหลังจากฟื้นไม่ใช่คนที่อยากจะเจอหน้ามากที่สุด ตรงกันข้าม..ไม่อยากเจอที่สุดเสียมากกว่า

"แก..."

"ไม่สุภาพเลยนะ ฉันเป็นพี่นะเว้ย!" ร่างใหญ่โวยโดยไม่สนว่านั่นเป็นคนไข้ ก่อนจะพูดต่อด้วยท่าทีไม่ค่อยเต็มใจ "ฮยอนซึงไปเรียน"

"ฮยอนซึงเป็นไงบ้าง?"

"จะเป็นไง ก็ร้องไห้แทบตายน่ะสิ แล้วยังทำท่าเคืองใส่ฉันอีก.. ไอ้บ้านี่ ใครใช้ให้แกไปขวางหน้ารถฉันวะ? แถมยังซุ่มซ่ามหกล้มอีก"

นึกถึงเมื่อวานที่ไอ้เด็กเวรนี่มาสะดุดล้มตรงหน้ารถเขาแล้วก็ยังเซ็ง ถึงตอนนั้นจะแอบขำหน่อยๆ ก็เหอะ
แหม.. ก็ล้มหน้าฟาดพื้นเลยนี่หว่า..
ฮยอนซึงไม่ทันเห็นก็คิดว่าเขาขับรถชนมันซะอย่างนั้น... พอจะอธิบายให้ฟังเจ้าตัวก็เอาแต่ร้องไห้ จนมาถึงโรงพยาบาลนี่แหละถึงจะเข้าใจ
ให้แลมโบกีนีกรูกลายเป็นแพะรับบาปตั้งนาน...

"ยิ้มอะไรของแกวะไอ้ห้อย" ร่างใหญ่ถามคนที่นั่งยิ้มอยู่บนเตียง ..น่าหมั่นไส้ว่ะ

"ดีใจ.. ที่ฮยอนซึงเป็นห่วง"
คนป่วยเอ่ยตอบ พลางนึกถึงอีกคนที่คงกำลังนั่งเรียนอยู่ในตอนนี้
ฉันฟื้นแล้วนะฮยอนซึง...


"นี่ ถามจริงเหอะ แกคิดยังไงกับน้องฉัน?" ตั้งแต่เจอกัน นี่คงเป็นครั้งแรกที่ท๊อปพูดจาจริงจังกับจุนฮยองแบบนี้ ตาคมมองอีกฝ่ายนิ่งราวกับพยายามอ่านใจ

คิดยังไงกับฮยอนซึงงั้นหรอ..?
อันที่จริง มันก็อธิบายออกมาเป็นคำพูดยากเหมือนกัน แต่ถ้าจะให้พูดสั้นๆ ก็คงเป็นคำว่า

"รัก"

พอเห็นท่าทางจริงจังแบบนี้แล้วท๊อปก็หายห่วงไปเปราะหนึ่ง.. อย่างน้อยน้องชายตัวเองก็ไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียวล่ะนะ

"ถ้าอย่างนั้น ก็ฝากน้องฉันด้วย..."
จริงๆ ไม่อยากจะพูดแบบนี้หรอก แต่ว่าเพราะน้องเขาเองก็ชอบไอ้หมอนี่เหมือนกันนี่สิ... กีดกันไปก็คงมีแต่จะทำให้แย่ลงไปอีก
ถึงจะไม่ค่อยชอบหน้าไอ้นี่เท่าไหร่แต่คงต้องยอมล่ะวะ

"ครับ พี่เขย"

"ยังโว้ย!" ร่างใหญ่พูดสอดขึ้น ก่อนจะไม่วายขู่ทิ้งท้าย "ถ้าฮยอนซึงเสียใจเมื่อไหร่ แกตายแน่!"






คง เพราะเมื่อวานหลับไปเกือบสิบห้าชั่วโมง จึงทำให้วันนี้จุนฮยองไม่ง่วงเลยสักนิด หลังจากซึงฮยอนไปทำงานแล้ว ร่างสูงก็ยังนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงในห้องพักเหมือนเดิม หากแต่มีหนังสือการ์ตูนกองโตเป็นเพื่อน

เอามาจากไหนน่ะหรอ? ก็คุณพี่เขยนั่นแหละ...
สงสัยจะเป็นคนทำให้น้องชายติดการ์ตูนแหงๆ
คนอะไรมีการ์ตูนติดไว้บนรถเยอะขนาดนี้วะ...

จุนฮยองหันไปมองนาฬิกาในห้อง.. เพิ่งจะเที่ยงครึ่ง แหงล่ะ ก็เขาเพิ่งกินอาหารโรงพยาบาลจืดๆ เสร็จไปเมื่อกี้นี้เอง
กว่าฮยอนซึงจะเลิกเรียนก็อย่างน้อย 4 โมงตรงแน่ะ... ระหว่างรอก็อ่านการ์ตูนนี่ไปก็แล้วกัน

ร่างสูงมองไปที่หนังสือกองโตที่วางข้างๆ แล้วก็ฉวยมาหนึ่งเล่ม..
ให้ตายเหอะ ทำไมไม่ติดเล่ม 1 ไว้ในรถวะ
เอาเล่ม 50 มาเนี่ย กรูจะอ่านรู้เรื่องไหม?????

แต่เอาเหอะ ไม่รู้เรื่องก็ผ่าน ยังไงก็อ่านคั่นเวลาอยู่แล้วนี่


วันพีซ... คืออะไรวะ ชุดว่ายน้ำหรือไง?
แต่ดูจากรูปแล้วไม่น่าใช่การ์ตูนลามกนี่หว่า ถึงหน้าตาเจ้าของจะออกลามกหน่อยๆ ก็เหอะ...
อ๋อ ไม่ใช่.. วันพีซเป็นสมบัติของโจรสลัด

ตัวละครเยอะขนาดนี้ใครมันจะไปจำได้วะ
ไอ้พวกที่จำได้หมดก็คงมีแต่โอตาคุเท่านั้นแหละ...



ร่างสูงนั่งจดจ่อกับหนังสือการ์ตูนในมือ
ถึงจะงงกับเนื้อเรื่องแต่ก็อ่านต่อไปเรื่อยๆ

จนมีเสียงเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะจนได้

พอเงยหน้ามองก็พบกับคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่
ใครน่ะหรอ? ก็เพื่อนๆ ของเขาเอง

ดูจุน
โยซอบ

และฮยอนซึง...


"นายฟื้นนานรึยัง?" เป็นฮยอนซึงที่รีบตรงเข้ามาหาเขาคนแรกเลย

"ก็ตั้งแต่สายๆ" คนป่วยตอบ สายตาจ้องมองไปยังคนที่คิดถึงไม่วางตา..

นี่เพิ่งจะบ่ายโมงเอง.. มาเร็วกว่าที่คิดไว้ตั้งสามชั่วโมง
แต่ก็ดีแล้วล่ะ คิดถึงจะแย่แล้ว

"อยู่คนเดียว เบื่อแย่เลยใช่ไหม?" เสียงใสพูดพลางมองไปรอบๆ แต่ก็สะดุดกับบางอย่างในมือคนป่วย.. และที่วางตั้งอยู่ข้างเดียง

"นี่มันวันพีซนี่ สนุกมากๆ เลยนะ"

ร่างบางหยิบการ์ตูนเล่มบางขึ้นมา ยิ้มมองมันอย่างเอ็นดู
ทำเอาอีกคนได้ขมวดคิ้วเบาๆ โดนไอ้ลูฟี่หมวกฟางจอมติงต๊องแย่งซีนซะงั้น

"น่าเบื่อจะตาย อยากอ่านที่ห้องนายมากกว่า"

"อา... นายชอบวีนพีซมากกว่าบลีชงั้นหรอ? แต่ฉันชอบวันพีซมากกว่านิดนึงล่ะ ฉันว่าเรื่องนี้..."

พอเป็นเรื่องการ์ตูนก็เหมือนต่อมโอตาคุของร่างบางมันทำงานขึ้นมาทันที... ก็แหงล่ะ ของรักของเขานี่
แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่อยากฟังเรื่องนี้เท่าไหร่นักเลยรีบเบรคเสียก่อน

"ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฉันแค่อยากไปอ่านการ์ตูนที่ห้องนาย"

สำหรับจุนฮยองแล้ว เรื่องอะไรมันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ สำคัญที่สถานที่กับคนข้างๆ ต่างหาก

คนฟังแก้มขึ้นสีเล็กๆ ถึงประโยคที่แม้ว่าจะไม่ได้ฟังดูหวานอะไร แต่ฟังแล้วมันก็ตีความได้อย่างเดียวแหละน่า


"นายก็รีบหายสิ จะได้ไปอ่าน..." พูดเขินๆ จนคนมองต้องอมยิ้มตาม "ว่าแต่ ยังเจ็บอยู่ไหม?"


"หายเจ็บตั้งแต่เจอหน้านายแล้ว"



"แหวะ / ดูจุนอา!"
เสียงเอฟเฟคจากเพื่อนรักพร้อมด้วยเสียงปรามจากแฟนเพื่อนดังต่อเนื่องกันทันที
คนตัวเล็กส่ายหน้าน้อยๆ พร้อมกับดึงแขนแฟนตัวใหญ่ออกไป

"เดี๋ยวฉันกับดูจุนออกไปซื้อน้ำก่อนนะ จะเอาอะไรไหม?" หันมาถามทิ้งท้าย

"โคล่า.. กับน้ำส้ม" คนบนเตียงตอบโยซอบเสียงดังฟังชัด

"ได้ งั้นไปก่อนนะ"


หลังจากพ้นเสียงเอะอะของคู่รักต่างไซส์เมื่อตอนเดินออกไป ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

คนสองคนมองหน้ากันนิ่งๆ ราวกับรอให้อีกคนพูดอะไรออกมาก่อน
ในที่สุด คนหน้าหวานก็เป็นฝ่ายเริ่ม


"นาย...พูดจริงหรอ" น้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ "ที่บอกฉันเมื่อวาน"


"ประโยคไหนล่ะ?"
ถามไปงั้นล่ะ จริงๆ ฮยอนซึงจะหมายถึงอะไรได้ ก็ที่เขาบอกชอบนั่นแหละ.. แต่อยากแกล้งได้ไหมล่ะ?


"ก็.. ประโยคนั้น.."
ที่ไม่พูดไม่ใช่เพราะร่างบางจำไม่ได้ แต่เป็นเพราะเขินต่างหากล่ะ
อีกอย่างนึง ก็กลัวว่าอีกคนจะลืมมันไปเสียแล้วจริงๆ.. ถ้าอย่างนั้นตัวเขาเองก็หน้าแตกเลยสิ

แต่ฝ่ายจุนฮยองก็ไม่รอให้ฮยอนซึงพูดมันออกมาก่อน
เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไรพิเศษ


"ฉันพูดเล่น"
เจ้าตัวจะรู้ไหมนะว่าคำพูดสั้นๆ แค่นี้ทำเอาอีกคนใจเสียไปถึงไหนต่อไหน "เพราะจริงๆ ฉันพูดผิด"






"ฉันรักนาย..."


"แก้ใหม่ด้วยนะ ประโยคเมื่อวานน่ะ"

ถึงน้ำเสียงกับท่าทีจะเท่แค่ไหน แต่ก็ไม่วายขัดเขินเองกับถ้อยคำที่เพิ่งบอกสารภาพออกไป
เกิดมายังไม่เคยบอกรักใครแบบนี้เลยนี่หว่า... เสียฟอร์มชะมัด แต่คงต้องยอม

และดูเหมือนฝ่ายคนฟังจะเขินกว่าเป็นร้อยเท่า
พอได้ยินแบบนี้แล้ว มันทั้งดีใจ ทั้งโล่งใจ ทั้งตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก
นาทีนี้.. ฮยอนซึงมีความสุขมากจริงๆ


"ฉัน.. ก็เหมือนกัน"

ถึงจะไม่ได้มองหน้า แต่คนฟังก็สัมผัสได้ว่าถ้อยคำนี้จริงใจแค่ไหน
ต่อไปนี้.. จะไม่เข้าใจผิดกันอีกแล้วนะ









--------------------







"ออกมาเที่ยวแบบนี้จะดีหรอ?"

เสียงใสเอ่ยกับคนที่นัดกันไว้ที่ห้างสรรพสินค้ากลางเมือง..
ให้ตายเถอะ เพิ่งจะออกจากรพ.หมาดๆ ถึงจะแค่หัวแตก แต่ก็น่าจะพักฟื้นก่อนนี่นา

"งั้นก็กลับไปสิ ฉันอยู่คนเดียวได้"
ร่างสูงพูดแบบไม่ง้อ แต่ในใจน่ะหรอ..
ก็ลองดูสิว่าอีกคนจะกล้าปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวรึเปล่า..

"ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นซะหน่อย ยังไงก็ออกมาแล้วนี่.."

ที่ออกมามันก็เพราะร่างสูงข้างๆ นี่ยืนกรานว่ายังไงก็จะไปเที่ยวให้ได้ต่างหาก
แล้วถ้าเขาไม่มาด้วย เกิดจุนฮยองเป็นอะไรไปกะทันหันขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ

"ยังเจ็บแผลอยู่รึเปล่า?"

ถามด้วยความเป็นห่วง แต่อีกคนดูเหมือนจะตอบมันอย่างไม่ใส่ใจมันเท่าที่ควร

"ไม่ค่อย"

"งั้นก็แสดงว่ายังเจ็บอยู่น่ะสิ.. งั้นกลับ.." ไม่ทันได้พูดจบประโยค นิ้วชี้ของอีกคนก็มาปิดริมฝีปากเอาไว้

"ถ้าพูดคำว่ากลับอีกหนเดียว จะจูบ..." พูดขู่ซะจนอีกคนทำหน้าหวาดๆ ก่อนจะปล่อยนิ้วเรียวออกจากปากบางนั้น

"แล้ว.. นายอยากทำอะไร?"
คนถูกชวนให้มาด้วยเป็นฝ่ายถาม
ก็ย่านกลางเมืองแบบนี้มันมีทั้งที่กินที่เที่ยวเยอะแยะเลย

"เดินเล่นก่อนละกัน"




วันเสาร์ยามบ่ายของย่านช็อปปิ้งใจกลางเมืองคลาคล่ำไปด้วยผู้คน
และแน่นอน.. หนึ่งในนั้นมีคนสองคนที่เดินเคียงข้างกัน
เดินเข้าออกร้านนี้บ้างตามแต่ใจจะพาไป


"โอ๊ะ วันพีซออกเล่มใหม่แล้วนี่นา ลืมสนิทเลย"

พูดพลางก้าวเท้าเข้าร้านขายการ์ตูนที่เดินผ่านทันที...
มืออวบฉวยเล่มใหม่ที่ต้องการก่อนจะวางบนเคาเตอร์คิดเงิน

แต่ไม่ทันได้หยิบเงินออกจากกระเป๋า คนข้างๆ ก็จ่ายเงินให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ
ฮยอนซึงหันไปมองอีกฝ่ายงงๆ ไม่ทันถามอะไรออกไปก็ได้คำตอบ

"ไม่ได้ซื้อให้.."

พอได้ยินอย่างนั้นร่างบางก็หันหลังกลับเตรียมไปหยิบมันมาอีกเล่ม แต่ถูกมือยาวคว้าข้อมือเอาไว้ก่อน

"ไม่ต้อง.. เอาเล่มนั้นกลับไปไว้ห้องนายด้วย ว่างๆ จะไปอ่าน"

ไม่ได้ซื้อให้ แต่เอาไปฝากไว้ที่ห้องเขา แถมยังห้ามเขาซื้ออีกเล่ม
ฮยอนซึงรู้สึกมึนกับคำสั่งแปลกๆ พวกนี้แต่ก็ทำตามแต่โดยดี
มืออวบค่อยๆ จับมันใส่ลงในกระเป๋า ระวังไม่ให้มีหน้าไหนเลยที่ยับ

การ์ตูนเล่มนี้ คงต้องถนอมเป็นพิเศษกว่าเล่มอื่นซะแล้วสิ...










"มาทำอะไรที่โรงแรมน่ะ?"

ฮยอนซึงถามอีกฝ่าย ตอนนี้ก็เย็นแล้ว คงไม่ได้หมายความว่า..


"แล้ว คิดว่ามาทำอะไรล่ะ?" จุนฮยองก็ยังเป็นจุนฮยอง.. ใบหน้าหล่ออมยิ้มแบบกวนๆ เช่นเคย ยิ่งเห็นใบหน้าหวานของอีกฝ่ายขึ้นสียิ่งรู้สึกอยากแกล้ง

"หิว"
กระซิบบอกอีกคนใกล้ซะจนคนฟังขนลุกซู่... หิวอะไร พูดให้ชัดหน่อยสิ ก่อนที่มือยาวจะจับมืออีกฝ่ายเดินเข้าไปในลิฟท์




ชั้น 73 ..ชั้นสูงสุดของโรงแรม


จนในที่สุดก็ความกระจ่าง เพราะว่ามันเป็นร้านอาหารนี่เอง ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าภัตตาคารซะมากกว่า
ฮยอนซึงเพิ่งจะเข้าใจ คำว่า 'หิว' ของจุนฮยองเมื่อครู่ ที่พาเขาคิดไปต่างๆ นานา


"ร้านนี้จะดีหรอ ท่าทางจะแพงน่าดู"

แพงน่าดู... อันที่จริงฮยอนซึงพูดผิดไป ความจริงคือโคตรแพงเลยต่างหาก
แค่เก้าอี้แต่ละตัวกับดอกไม้บนโต๊ะก็บอกได้แล้ว่ามูลค่าของอาหารจะมากแค่ไหน
แล้วยังวิวรอบๆ ที่เป็นกระจกนั่นอีก


"คราวที่แล้วนายเลือก.. คราวนี้ฉันเลือก"

พูดจบเจ้าตัวก็เดินไปหาพนักงาน บอกความจำนงว่าจองเอาไว้แล้ว

ส่วนฮยอนซึงกำลังยืนมึนอยู่ที่เดิม นั่งบวกลบคูณหารในใจ
มันก็ถูกของจุนฮยองแหละ จุนฮยองก็ควรจะได้เลือกร้านบ้าง แต่ว่า..กินมื้อนี้มื้อเดียวอาจจะกินเคเอฟซีได้ทั้งปีเลยนะ


"ไม่ต้องกังวลหรอกน่ะ ฉันจ่ายเอง" ร่างสูงพูดกับอีกคนเมื่อเดินกลับมาหา ก่อนจะพูดต่อเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของอีกฝ่าย "ถือซะว่าเป็นค่าเช่าการ์ตูนพวกนั้นก็แล้วกัน"

"เช่าการ์ตูนได้ทั้งปีเลยด้วยซ้ำนะ"

"งั้นก็ดี แสดงว่าถ้าฉันอยากอ่านมันเมื่อไหร่นายต้องอยู่คอยเปิดห้องให้ฉันอ่าน"

คำพูดแปลกๆ แบบนี้คงจะมีแต่ฮยอนซึงคนเดียวแหละที่คิดตามไม่ทัน
ในขณะที่ถูกจูงมือไปนั่งที่โต๊ะ ร่างบางก็คิดในใจ ..แต่ร้านเช่าการ์ตูนก็มีวันหยุดเหมือนกันนี่..





คนตัวบางเลิกคิดเรื่องอื่นทันทีเมื่อมาถึงโต๊ะที่นั่งที่ถูกจองเอาไว้
ไม่มีแขกคนอื่นเลยสักคน.. โต๊ะอาหารแต่ละตัวมีแต่ความว่างเปล่า
แถมวิวยังสวยกว่าโต๊ะที่เดินผ่านมาไม่รู้กี่เท่า
แสงไฟของกรุงโซลยามค่ำคืน.. ฮยอนซึงเพิ่งจะรู้ว่ามันงดงามขนาดนี้

"นั่ง สิ" พูดพลางดึงเก้าอี้ออกมาให้อีกฝ่ายที่ยืนมองวิวอย่างตั้งใจ ฮยอนซึงนั่งลงตามที่อีกคนบอก จุนฮยองจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงกันข้ามเช่นกัน

"ไม่เจ็บแผลแล้วจริงๆ นะ"

หลังจากที่หลังพิงเบาะนุ่มๆ ในร้านอาหารหรู เสียงใสถามย้ำคนข้างๆ เป็นรอบที่สิบของวัน
เพราะคำว่า เป็นห่วง คำเดิมนี่แหละ...
เย็นขนาดนี้แล้วน่าจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านมากกว่านี่

"ถ้าบอกว่าเจ็บจะทำยังไง?" ร่างสูงหันไปถามคำถามยียวนที่คนฟังไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลย

"ก็.. พาไปหาหมอ"

"ตอนนี้เลย?" หมายถึงตอนทุ่มกว่าๆ ที่กำลังนั่งกินข้าวด้วยกันบนตึกสูงแบบนี้น่ะนะ

"อื้อ" คนสวยพยักหน้าพลางตอบในลำคอเบาๆ ตากลมมองอีกฝ่ายนิ่ง ทำเอาจุนฮยองได้แต่อมยิ้มในท่าทีไร้เดียงสานั่น


"หมอรักษาไม่ได้หรอก..." ยังคงเอ่ยประโยคสั้นๆ ที่คนฟังไม่ค่อยจะเข้าใจเช่นเคย "แค่นาย..."


แล้วมือยาวประคองแก้มใสๆ ของคนตรงกันข้ามเอาไว้ ก่อนจะส่งปากหนาเข้าไปประทับจุมพิตริมฝีปากนั้น

ตากลมหลับพริ้ม เอียงหน้ารับจูบแผ่วเบาจากอีกคน
นุ่มนวล.. หอมหวาน..

อาหารค่ำมื้อนี้ คงจะอยู่ในความทรงจำของคนสองคนตราบนานเท่านาน...









ตกดึก.. ยงจุนฮยองยังคงทำหน้าที่เป็นสารถีให้แก่ร่างบางเช่นเคย
หลังจากทานอาหารมื้อค่ำที่ภัตตาคารหรูเสร็จ ร่างสูงก็ขับรถยนต์ของเจ้าตัวมาส่งอีกคนถึงหน้าหอพัก
มือยาวปลดเข็มขัดนิรภัยออก ก่อนจะรีบออกไปเปิดประตูให้อีกฝ่าย


"ขึ้นห้องดีๆ ล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยสั้นๆ ทิ้งท้าย

"เอ่อ.. เดี๋ยวก่อน" ร่างบางพูดเบรคอีกคนที่กำลังจะทำท่าบอกลา "ฉันถามอะไรหน่อยสิ"

ใบหน้าหล่อเหลาพยักหนึ่งครั้งเป็นสัญญาณตอบตกลง


"ตกลง... เราเป็นอะไรกันหรอ?"


เสียงใสเอ่ยแบบกระท่อนกระแท่นอีกครั้ง

บอกรักกันก็แล้ว จับมือกันก็แล้ว จูบกันก็แล้ว..
แล้วเราเป็นอะไรกัน??



"แล้วนายอยากเป็นอะไรกับฉันล่ะ?"


อยากเป็นอะไร... อย่างนั้นหรอ???









ร่างบางนั่งอยู่ที่ปลายเตียง มือข้างหนึ่งเช็ดปลายผมที่เปียกชื้น พลางนึกถึงคำถามสุดท้ายของจุนฮยองอยู่ในใจ...

อยากเป็นอะไร?

สำหรับฮยอนซึง ไม่ได้ต้องการอะไรจากจุนฮยองมากมาย
แค่ได้เจอหน้ากัน ยิ้มให้กัน นั่งอ่านการ์ตูนข้างๆ กัน
ไปกินข้าวดูหนัง เดินเล่นกันบ้างตามประสา
แต่งเพลงด้วยกันอีกถ้ามีโอกาส

จางฮยอนซึงอยากให้เป็นแบบนี้ ขอมากเกินไปไหม?

คนตัวบางนั่งทบทวนความคิดของตนเองในใจก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนของตัวเอง พิมพ์บางอย่างส่งไปหาเจ้าของคำถาม



'อยากให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ'




ร่างสูงอมยิ้มเบาๆ คนเดียวกับข้อความในมือถือที่เพิ่งได้รับ คำตอบจากคนที่กำลังคิดถึง...

ฉันก็อยากให้เป็นแบบนี้ต่อไปเหมือนกัน..




นิ้วเรียวกดเข้าเมนูตอบข้อความ แล้วพิมพ์บางอย่างตอบกลับไปหาคนคนเดิม

น่าประหลาดที่ข้อความนั้นไม่มีคำหวานใดๆ แต่กลับทำให้ทั้งคนส่งและคนรับอุ่นใจได้ในคราวเดียว



'พรุ่งนี้จะไปแต่งเพลงที่ห้อง ห้ามหนีไปไหนล่ะ'











Love Melody
ended,
but 'JunSeung' neverending.



 
 



ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านฟิคเรื่องนี้มาตั้ง 13 ตอน โอ้ววววววว ถึงตอนแรกๆ มันจะสั้นๆ ก็เหอะ
ดีใจมาก ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตอนนี้ตอนจบแล้ว ฝากเม้นกันด้วยน้าาาาา  ยาวด้วยแหละตอนนี้ อิอิ

มีใครชอบอุ่นกวางกับดูซอบไหม ขอโทษด้วยที่เรื่องนี้เต็มไปด้วยจุนซึงจนที่เหลือเหมือนตัวประกอบ ฮ่าๆๆๆ

ไว้เจอกันใหม่ถ้ามีโอกาสนะคะ (อาจจะแว้บไปแต่งช็อทฟิคก่อน)
 
บ๊ายบาย จุ๊บๆ♥

Comment

Comment:

Tweet

ถ้าจะน่ารักกันขนาดนี้ .. ก็'อยากให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ'

#4 By เจ้าชายอสูร_B2UTY (223.206.186.138) on 2012-02-04 22:30

น่ารักมากๆ

โจ๊กแอบอบอุ่นอ่ะ เขินแทนซึง อ๊ากกกกก
หว๊านหวานcry

#3 By @Hersheys22 (115.87.75.80) on 2011-11-05 20:20

สนุกมากค่ะ ชอบคู่นี้มากมาย แต่งคู่นี้อีกนะคะ จะรออ่านค่ะ

#2 By wareekarn (180.183.148.16) on 2011-09-25 00:47

ว้า เราก้อรอ ฉาก......(หื่นมาเชียว!!!)
แต่สนุกมากเลยbig smile big smile

#1 By oakung (180.180.53.242) on 2011-05-15 20:25